ขั้นตอนการติดต่อราชการ
ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง
โครงสร้างบุคลากร
ข้อมูลพื้นฐาน อบต.
แผนการปฏิบัติงาน
งบประมาณ อบต.
หมู่บ้านในเขต อบต.
ความรู้เกี่ยวกับ อบต.
เว็บไซต์บริการ
เว็บไซต์ท้องถิ่นไทย


  หน้าแรก     การกู้ยืมเงิน 

การกู้ยืมเงิน
การกู้ยืมเงิน  

การกู้ยืมเงิน 

          ความหมาย :
               การกู้ยืมเงินและสัญญาอย่างหนึ่ง ซึ่งเกิดจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า “ผู้กู้” มีความต้องการจะใช้เงินแต่ตนเองมีเงินไม่พอ หรือมีเงินไปขอกู้ยืมจากบุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้ให้กู้” และผู้กู้ตกลงจะใช้คืนภายในกำหนดเวลาใดเวลาหนึ่ง การกู้ยืมจะมีผลสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการส่งมอบเงินที่ยืมให้แก่ผู้ที่ยืม ในการกู้ยืมนี้ ผู้ให้กู้จะคิดดอกเบี้ยหรือไม่ก็ได้ 
               ตัวอย่าง
 นายดำ ต้องการซื้อรถราคา 150,000 บาท แต่นายดำไม่มีเงิน นายดำจึงไปขอยืมเงินจากนายแดง โดยตกลงจะใช้คืนภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันที่กู้ยืม ดังนั้นเมื่อครบกำหนด 1 ปีแล้ว นายดำ (ผู้กู้) ต้องใช้เงินคืนให้แก่นายทองแดง 

          ดอกเบี้ย : 
               ในการกู้ยืมเงินกันนี้ เพื่อป้องกันมิให้นายทุนบีบบังคับคนจน กฎหมายจึงได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยขั้นสูงสุดที่ผู้ให้กู้สามารถเรียกได้ ว่าต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี คือร้อยละ 1.25 ต่อเดือน (เว้นแต่เป็นการกู้ยืมเงินจากบริษัทเงินทุนหรือธนาคาร ซึ่งสามารถเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราดังกล่าวได้ตาม พ.ร.บ. ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน) ถ้าดอกเบี้ยเกินอัตราดังกล่าวถือว่าข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยนั้นเป็นอันเสียไปทั้งหมด คือไม่ต้องการใช้ดอกเบี้ยกันเลยและผู้ให้กู้อาจมีความผิดทางอาญาฐานเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราด้วย คือ อาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ. ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2495 

          หลักฐานการยืม : 
               ในการตกลงทำสัญญากู้ยืมเงินนั้น ถ้าหากว่ากู้ยืมกันเป็นจำนวนเงินเล็กน้อยไม่เกิน 50 บาท กฎหมายไม่ได้บังคับว่าต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือ แสดงถึงการกู้ยืมหรือทำสัญญาไว้ต่อกัน เช่น ยืมเงิน 20 บาท หรือ 30 บาท แล้วแต่พูดจาตกลงกันก็พอ แต่ถ้าหากว่ากู้ยืมเป็นจำนวนเกินกว่า 50 บาท ต้องทำหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือสัญญากู้ไว้ต่อกัน เพื่อจะได้ใช้หลักฐานในการฟ้องร้องบังคับคดีในกรณีที่ไม่ปฏิบัติตามสัญญาในหลักฐานแห่งการกู้เป็นหนังสือดังกล่าวนี้ต้องมีข้อความแสดงว่าได้กู้ยืมเงินเป็นจำนวนเท่าใด มีกำหนดใช้คืนเมื่อใด และที่สำคัญจะต้องมีการลงลายมือชื่อผู้กู้ 
          ตัวอย่าง หลักฐานการกู้ยืมเงิน 
               ข้าพเจ้า นายดำ ได้กู้ยืมเงินจากนายสมศักดิ์เป็นจำนวน 3,000 บาท (สามพันบาท) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2530 มีกำหนดใช้คืนภายใน 1 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี

ลงชื่อ ดำ ผู้กู้ 

               หากว่าในขณะกู้ยืมเงินกันแต่มีการตกลงรับเอาสิ่งของแทนจำนวนเงินที่กู้ยืมกันนั้น ต้องคิดราคาของตลาดของสิ่งนั้นเป็นจำนวนเงินที่กู้จริงนั้น เช่น มีการตกลงกู้ยืมเงินกัน 500 บาท แต่มีการตกลงให้รับข้าวสารแทน 2 กระสอบ ซึ่งในขณะนั้นข้าวสารกระสอบละ 150 บาท ดังนั้น เราถือว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริงเพียง 300 บาทเท่านั้น 

           อายุความ :
               การฟ้องร้องเรียกเงินตามสัญญากู้จะต้องกระทำภายในกำหนดอายุความ ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ว่าจะต้องฟ้องภายใน 10 ปี นับแต่วันที่ถึงกำหนดชำระคืน 
             ตัวอย่าง แดง กู้ยืมเงินดำ เมื่อ 27 มิถุนายน 2530 จำนวน 10,000 บาท เป็นเวลา 1 ปี ดังนั้นหนี้รายนี้ถึงกำหนดในวันที่ 27 มิถุนายน 2531 ผู้ให้กู้ต้องฟ้องเรียกเงินที่กู้ยืมคืน ภายใน 27 มิถุนายน 2541 

             ข้อควรระมัดระวังในการกู้ยืม 
              (1) อย่าได้ลงลายมือชื่อในกระดาษเปล่าเป็นอันขาด 
              (2) อย่าได้นำโฉนดไปให้เจ้าหนี้ยึดถือไว้เป็นประกัน
              (3) จะต้องนับเงินให้ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญา 
              (4) ผู้ยืมต้องเขียนตัวเงินเป็นตัวหนังสือด้วย 
              (5) สัญญาที่กู้ต้องทำอย่างน้อย 2 ฉบับ โดยให้กู้ยึดถือไว้ฉบับหนึ่ง และให้ผู้ให้กู้ยึดถือไว้อีกฉบับหนึ่ง 
              (6) ในสัญญากู้ควรมีพยานฝ่ายผู้กู้ลงลายมือชื่อเป็นพยานอย่างน้อย 1 คน 

           ข้อปฏิบัติในการชำระเงิน :
               เมื่อผู้กู้นำเงินไปชำระไม่ว่าจะเป็นการชำระทั้งหมดหรือบางส่วนก็ตามผู้กู้ควรทำอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ มิฉะนั้นจะอ้างยันผู้ให้กู้ว่าชำระเงินกู้ให้เขาคืนแล้วไม่ได้ 

          สิ่งที่ผู้กู้ควรกระทำเมื่อชำระเงิน คือ 
               (1) รับใบเสร็จรับเงินหรือหนังสือที่มีข้อความว่าได้ชำระเงินที่กู้มาแล้วทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนและมีลายเซ็นผู้ให้กู้กำกับไว้ด้วย

               ตัวอย่าง  ข้าพเจ้า นายสมศักดิ์ ร่ำรวยทรัพย์ ได้รับเงินคืนจาก นายดำ เกิดมาก ผู้กู้เป็นจำนวน 5,000 บาท                                               

           ลงชื่อ สมศักดิ์ ร่ำรวยทรัพย์

ผู้ให้กู้ 

                                                                             27 มิถุนายน 2530 

              (2) รับหนังสือสัญญากู้เงินที่ได้ทำไว้แก่ผู้ให้กู้คืนมาในกรณีที่ชำระเงินครบตามจำนวนเงินที่กู้ 
              (3) มีการบันทึกลงในสัญญากู้ว่าได้นำเงินมาชำระแล้วเท่าไรและให้ผู้ให้กู้ต้องเซ็นชื่อกำกับไว้ทุกครั้งที่มีการชำระเงินจึงจะอ้างยันได้ว่าได้ชำระเงินไปแล้ว 

 

สาส์นจากผู้บริหาร

นายไสว สายปัญญา
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลำเพียก

จ่าสิบเอกปริวัติ ทองจำรัส
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลลำเพียก
รวมลิงค์ต่างๆ
การให้บริการ
กฎหมายน่ารู้
แบบสำรวจความคิดเห็น
คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับเว็บไซต์ใหม่ของ อบต.
ดีมาก
ดี
ปานกลาง
น้อย
น้อยที่สุด
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
ออนไลน์ทั้งหมด 2 คน
หมายเลข IP 3.236.143.121
คุณเข้าชมลำดับที่ 1,964,382

ปฏิทินกิจกรรม
พฤศจิกายน 2565
อา พฤ
30 31 1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
วันที่ 26 พฤศจิกายน 2565
ผลิตภัณฑ์ประจำตำบล
อบต.ในเครือข่าย

สาส์นจากปลัด

ใส่ Code ที่ต้องการ

แบบสอบถาม
คู่มือสำหรับประชาชน
แหล่งท่องเที่ยวภายในตำบล
ภูมิปัญญาท้องถิ่นของตำบล
เอกสารดาวน์โหลด
ข้อมูล ITA
 
องค์การบริหารส่วนตำบลลำเพียก
อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา
Copyright © 2020 by OPSTECH All Right Reserved. 

şişli escort taksim escort mecidiyeköy escort ümraniye escort istanbul escort istanbul escort beşiktaş escort beylikdüzü escort şişli escort şişli escort istanbul escort ümraniye escort taksim escort şişli escort ümraniye escort kartal escort şirinevler escort maltepe escort mersin escort izmir escort istanbul escort pornohub kadıköy escort vip escort sex filmi sex hikaye sex shop sex shop sex shop sex shop sex shop sex shop sex shop sex shop sex shop sex shop işitme cihazi izmir işitme cihazı istanbul işitme cihazı